วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2557

หลวงปู่ฝากไว้ : แม้กาลเวลาก็เหมาะสม


แม้กาลเวลาก็เหมาะสม



พระพุทธองค์ท่านบำเพ็ญเพียรค้นคว้าสัจธรรมตลอดเวลาถึง ๖ ปี ครั้นได้ตรัสรู้ ก็ตรัสรู้เมื่อใกล้รุ่ง คือ ตีสี่ล่วงไปแล้ว ครั้นตรัสรู้แล้ว ทรงบำเพ็ญพุทธกิจตลอด ๔๕ ปี ก็ใช้เวลาตีสี่กว่านี้ แผ่พระญาณสอดส่องดูหมู่สัตว์ผู้ควรได้รับการเสด็จไปโปรด ถึงคราวพระองค์เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ก็เป็นเวลาเดียวกันนั้นอีก ฯ

อันสังขารธรรมหนึ่ง ซึ่งปฏิบัติขึ้นเมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๔๓๑ ณ บ้านปราสาท อำเภอเมืองสุรินทร์ ได้เจริญเติบโตและรุ่งเรืองมาโดยลำดับกาล ดำเนินชีวิตของตนอย่างถูกต้องงดงาม อยู่ภายใต้ผ้ากาสาวพัสตร์จนตลอดอายุขัย ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีงาม สมเป็นเนื้อนาบุญอันเอกของโลก ได้บำเพ็ญประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นอย่างสมบูรณ์ตลอดมาตราบเท่าถึงวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๒๖ หลวงปู่ก็ปล่อยวางสังขารขันธ์ให้ดับลงแล้วเมื่อเวลา ๐๔.๑๓ น. ของวันนั้นนั่นเอง ฯ

สิ่งที่น่าอัศจรรย์คือ วันนั้นเป็นวันที่คณะศิษย์ทั้งหลายทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ ทั้งฝ่ายคามวาสีและอรัญวาสี มาประชุมพร้อมเพียงกันทำบุญฉลองอายุครบรอบ ๙๖ ปี คือ ๘ รอบ ถวายท่านเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งเท่ากับเตรียมพร้อมอยู่แล้ว


 

คัดลอกจาก : “หลวงปู่ฝากไว้”  บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
                       ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  
                      รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ 
                      วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์
ข้อมูลภาพ : พระพุทธรูป  ประดิษฐานรอบระเบียง หอพระแก้ว กำแพงนคร เวียงจันทร์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น