แม้กาลเวลาก็เหมาะสม
พระพุทธองค์ท่านบำเพ็ญเพียรค้นคว้าสัจธรรมตลอดเวลาถึง
๖ ปี ครั้นได้ตรัสรู้ ก็ตรัสรู้เมื่อใกล้รุ่ง คือ ตีสี่ล่วงไปแล้ว
ครั้นตรัสรู้แล้ว ทรงบำเพ็ญพุทธกิจตลอด ๔๕ ปี ก็ใช้เวลาตีสี่กว่านี้
แผ่พระญาณสอดส่องดูหมู่สัตว์ผู้ควรได้รับการเสด็จไปโปรด
ถึงคราวพระองค์เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ก็เป็นเวลาเดียวกันนั้นอีก ฯ
อันสังขารธรรมหนึ่ง ซึ่งปฏิบัติขึ้นเมื่อวันที่ ๔
ตุลาคม ๒๔๓๑ ณ บ้านปราสาท อำเภอเมืองสุรินทร์
ได้เจริญเติบโตและรุ่งเรืองมาโดยลำดับกาล ดำเนินชีวิตของตนอย่างถูกต้องงดงาม
อยู่ภายใต้ผ้ากาสาวพัสตร์จนตลอดอายุขัย ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีงาม
สมเป็นเนื้อนาบุญอันเอกของโลก ได้บำเพ็ญประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นอย่างสมบูรณ์ตลอดมาตราบเท่าถึงวันที่
๓๐ ตุลาคม ๒๕๒๖ หลวงปู่ก็ปล่อยวางสังขารขันธ์ให้ดับลงแล้วเมื่อเวลา ๐๔.๑๓ น.
ของวันนั้นนั่นเอง ฯ
สิ่งที่น่าอัศจรรย์คือ
วันนั้นเป็นวันที่คณะศิษย์ทั้งหลายทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์
ทั้งฝ่ายคามวาสีและอรัญวาสี มาประชุมพร้อมเพียงกันทำบุญฉลองอายุครบรอบ ๙๖ ปี คือ ๘
รอบ ถวายท่านเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งเท่ากับเตรียมพร้อมอยู่แล้ว
คัดลอกจาก : “หลวงปู่ฝากไว้” บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์ อตุโล) รวบรวมและบันทึกไว้โดย พระราชวรคุณ
วัดบูรพาราม อ.เมือง จ. สุรินทร์
ข้อมูลภาพ : พระพุทธรูป ประดิษฐานรอบระเบียง หอพระแก้ว กำแพงนคร เวียงจันทร์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น