วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2557

หลวงปู่ฝากไว้ : ไปธุดงค์เพื่ออะไร


ไปธุดงค์เพื่ออะไร



พระเณรบางกลุ่มหลังจากออกพรรษาแล้ว นิยมพากันออกเที่ยวธุดงค์ไปในที่ต่าง ๆ มีการตระเตรียมบริขาร หรือชุดธุดงค์กันอย่างครบเครื่อง แต่ในการไปนั้นมีอยู่หลายรูปที่ไปแบบผิดเป้าหมาย เช่น ทรงเครื่องกัมมัฏฐานไปรถทัวร์รถไฟบ้าง เที่ยวไปเยี่ยมเพื่อนฝูงตามสำนักต่าง ๆ บ้างฯ

หลวงปู่จึงกล่าวท่ามกลางคณะกัมมัฏฐานว่า

“การกระทำตนเป็นพระธุดงค์รูปงามนั้นย่อมไม่ควรผิดวัตถุประสงค์ของการเดินธุดงค์ ทุกองค์พึงสำเหนียกให้มากว่า การประพฤติธุดงค์กัมมัฏฐานนั้น มุ่งการฝึกฝนขัดเกลาจิตใจให้ปราศจากกิเลสประการเดียวเท่านั้น การไปธุดงค์กัมมัฏฐานแต่ตัว ส่วนใจไม่ไปนั้น ไม่เป็นการประเสริฐเลย”
 


คัดลอกจาก : “หลวงปู่ฝากไว้”  บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
                       ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  
                      รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ 
                      วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์
ข้อมูลภาพ : พระพุทธรูป ด้านข้างพระเจดีย์วัดอรุณราชวราราม
                     กรุงเทพมหานคร
 
 

หลวงปู่ฝากไว้ : อยากเรียนเก่ง


อยากเรียนเก่ง
 



หนูได้ฟังคุณตาสรศักดิ์ กองสุข แนะนำว่า ถ้าใครต้องการเรียนเก่งและฉลาด ต้องหัดนั่งภาวนา ทำสมาธิให้ใจสงบเสียก่อนหนูอยากจะเรียนเก่งเรียนฉลาดอย่างเขา จึงพยายามนั่งภาวนาทำใจให้สงบ แต่ใจมันก็ไม่ยอมสงบซักที บางทีก็ยิ่งทวีความฟุ้งซ่านมากขึ้นก็มี เมื่อใจไม่สงบเช่นนี้ทำอย่างไรจึงจะเรียนเก่งเจ้าค่ะ ฯ

หลวงปู่ว่า

“เรียนอะไร ก็ให้มันรู้อันนั้น เดี๋ยวก็เก่งเองแหละ ที่ใจไม่สงบก็ให้รู้ว่ามันไม่สงบ เพราะอยากสงบ มันจึงไม่สงบ ขอให้พยายามภาวนาเรื่อย ๆ ไปเถอะ สักวันหนึ่งก็จะได้สงบตามต้องการ"
 
 
คัดลอกจาก : “หลวงปู่ฝากไว้” บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
               ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  
               รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ 
               วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์
ข้อมูลภาพ :       พระสุภัทรบพิตร เขากระโดง
             บุรีรัมย์ 
 

หลวงปู่ฝากไว้ : หลวงปู่กับเกจิอาจารย์


หลวงปู่กับเกจิอาจารย์
 

 
เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๕๒๐ หลวงปู่รับนิมนต์ไปร่วมพิธีกรรมที่วัดธรรมมงคล สุขุมวิท ในงานนี้ ท่านรับนิมนต์เข้าไปนั่งปรกในพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลด้วย เมื่อเสร็จพิธีแล้ว ออกมานั่งพักที่กุฏิเล็ก ๆ หลังหนึ่ง สนทนากับเหล่าศิษยานุศิษย์ที่ศึกษาเล่าเรียนอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นจำนวนหลายรูป และมีพระรูปหนึ่งคงไม่เคยเห็นการเข้าพิธีพุทธาภิเษกมาก่อน เพิ่งเห็นครั้งนี้เองเช่นนี้กระมัง จึงถามหลวงปู่ว่า นั่งปรกเขาทำอย่างไร ?
หลวงปู่จึงว่า
 
“อาจารย์องค์อื่น ๆ เขานั่งปรกนั่งพุทธาภิเษกอย่างไร เราไม่รู้ ส่วนตัวเรานั่งสมาธิอย่างเดียว ตามแบบฉบับของเรา”



คัดลอกจาก : “หลวงปู่ฝากไว้”  บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
                       ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  
                      รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ 
                      วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์
ข้อมูลภาพ : พระพุทธรูปปางนาคปรค วัดพระแก้ว กรุงพนมเปญ
                       กัมพูชา
 

หลวงปู่ฝากไว้ : ความหลังยังฝังใจ


ความหลังยังฝังใจ
 

 
 
ครั้งหนึ่งหลวงปู่ไปพักผ่อนที่วัดป่าโยธาประสิทธิ์ พระเณรจำนวนมากมากราบนมัสการหลวงปู่ ฟังโอวาทของหลวงปู่แล้วหลวงตาพลอย ผู้บวชเมื่อแก่ แต่สำรวมดี ได้ปรารภถึงตนเองว่า กระผมบวชมาก็นานพอสมควรแล้ว ยังไม่อาจตัดห่วงอาลัยในอดีตได้ แม้จะตั้งใจอย่างไรก็เผลอจนได้ ขอทราบอุบายวิธีอย่างอื่นเพื่อปฏิบัติตามแนวนี้ต่อไปด้วยครับกระผม
หลวงปู่ว่า
 
“อย่าให้จิตแล่นไปสู่อารมณ์ภายนอก ถ้าเผลอ เมื่อรู้ตัวให้รีบดึงกลับมา อย่าปล่อยให้มันรู้อารมณ์ดีหรือชั่ว สุขหรือทุกข์ไม่คล้อยตาม และไม่หักหาญ”
 


คัดลอกจาก : “หลวงปู่ฝากไว้”  บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
                       ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  
                      รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ 
                      วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์
 ข้อมูลภาพ :พระคันฐารราษฎร์  พระวิหารน้อย  วัดหน้าพระเมรุ
                     พระนครศรีอยุธยา

หลวงปู่ฝากไว้ : การค้ากับการปฏิบัติธรรม


การค้ากับการปฏิบัติธรรม
 

 
พวกกระผมมีภาระหน้าที่ในการค้าขาย ซึ่งบางครั้งจะต้องพูดอะไรออกไปเกินความเป็นจริงบ้าง ค้ากำไรเกินควรบ้าง แต่กระผมก็มีความสนใจและเลื่อมใสในการปฏิบัติทางสมาธิภาวนาอย่างยิ่งแล้วก็ได้ลงมือปฏิบัติมาบ้างแล้วโดยลำดับ แต่บางท่านบอกว่าภาระหน้าที่อย่างผมนี้มาปฏิบัติภาวนาไม่ได้ผลหรอก หลวงปู่เห็นว่าอย่างไร เพราะเขาว่าขายของเอากำไรก็เป็นบาปอยู่ ฯ
หลวงปู่ว่า
 
 
“เพื่อดำรงชีพอยู่ได้ ทุกคนจึงต้องมีอาชีพการงาน และอาชีพการงานทุกสาขาย่อมมีความถูกต้อง ความเหมาะความควรอยู่ในตัวของมัน เมื่อทำให้ถูกต้องพอเหมาะควรแล้วก็เป็นอัพยากตธรรม ไม่เป็นบาป ไม่เป็นบุญแต่ประการใด ส่วนการประพฤติธรรมนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะผู้ประพฤติธรรมเท่านั้นย่อมสมควรแก่การงานทุกกรณี”
 
 



คัดลอกจาก : “หลวงปู่ฝากไว้”  บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
                       ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  
                      รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ 
                      วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์

ข้อมูลภาพ : พระพุทธชัมภูนุช มหาบุรุษลักขณา อสีตยานุบพิตร
                     พระวิหารวัดอรุณนาชวราราม กรุงเทพมหานคร

วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2557

หลวงปู่ฝากไว้ : เรื่องกินยังไม่จบ

เรื่องกินยังไม่จบ



เมื่อวันแรม ๒ ค่ำ เดือน ๓ พ.ศ. ๒๕๒๒ หลวงปู่พักอยู่ที่วัดป่าประโคนชัย เวลา๒ ทุ่มผ่านไปแล้ว มีภิกษุกลุ่มหนึ่ง ซึ่งชอบเดินธุดงค์ไปตามที่ชุมนุมต่าง ๆ ได้แวะเข้าไปพักที่วัดป่านั้นด้วย
หลังจากแสดงความคารวะตามสมณวิสัยแล้ว ก็กล่าวถึงจุดเด่นที่เขายึดถือเป็นหลักปฏิบัติว่า ผู้บริโภคเนื้อสัตว์คือผู้สนับสนุนให้คนฆ่าสัตว์ ผู้บริโภคผักมีจิตเมตตาสูง สามารถพิสูจน์ได้ว่าเมื่อหันไปบริโภคผักแล้ว จิตใจก็สงบเย็นดีขึ้น ฯ
หลวงปู่ว่า

“ดีทีเดียวแหละ ท่านผู้ใดสามารถฉันมังสวิรัติได้ก็เป็นการดีมาก ขออนุโมทนาสาธุด้วย ส่วนท่านที่ยังฉันมังสะอยู่หากมังสะเหล่านั้นเป็นของบริสุทธิ์โดยส่วนสาม คือ ไม่ได้เห็น ไม่ได้ยิน ไม่สงสัยว่าเขาฆ่าเพื่อเจาะจงให้เรา และได้มาด้วยความบริสุทธิ์แล้ว ก็ไม่ผิดธรรมวินัยแต่ประการใด อนึ่ง ที่ว่าจิตใจสงบเยือกเย็นดีนั้น ก็เป็นผลเกิดจากพลังของการตั้งใจปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัย ไม่เกี่ยวกับอาหารใหม่ อาหารเก่า ที่อยู่ในท้องเลย”


คัดลอกจาก : “หลวงปู่ฝากไว้”  บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
                       ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  
                      รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ 
                      วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์
ข้อมูลภาพ : พระพุทธสุรินทร์มงคล ประดิษฐาน ณ เขาสวาย อำเภอเมือง
      จังหวัดสุรินทร์

หลวงปู่ฝากไว้ : เรื่องกินมีอีก

เรื่องกินมีอีก


สมัยต่อมาประมาณสี่เดือน ภิกษุกลุ่มนั้นมากราบเรียนหลวงปู่อีกหลังจากออกพรรษาแล้ว บอกว่าพวกกระผมฉันเจมาตลอดพรรษาด้วยความยากลำบากอย่างยิ่ง เพราะญาติโยมแถวบ้านโคกกลาง อำเภอปราสาท นั้น ไม่มีใครรู้เรื่องอาหารเจเลยลำบากด้วยการแสวงหา และลำบากแก่ญาติโยมผู้อุปัฏฐาก บางรูปถึงสุขภาพไม่ดี บางรูปเกือบไม่พ้นพรรษา การทำความเพียรก็ไม่เต็มที่เท่าที่ควร ฯ
หลวงปู่ว่า

“ภิกษุเมื่อจะบริโภคปัจจัยสี่ต้องพิจารณาเสียก่อนครั้นเมื่อพิจารณาแล้ว เห็นว่าอาหารที่ตั้งอยู่เฉพาะหน้านี้แม้จะมีผักบ้าง เนื้อบ้าง ปลาบ้าง ข้าวสุกบ้าง แต่ก็เป็นของบริสุทธิ์โดยส่วนสาม คือ ไม่ได้เห็น ไม่ได้ยิน และเขาไม่ได้ฆ่าเพื่อเจาะจงเรา และเราก็แสวงหามาโดยชอบธรรมแล้ว ญาติโยมเขาถวายด้วยศรัทธาเลื่อมใสแล้ว ก็พึงบริโภคอาหารนั้นไป ครูบาอาจารย์ของเราท่านก็ปฏิบัติอย่างนี้มาแล้วเหมือนกัน”


คัดลอกจาก : “หลวงปู่ฝากไว้”  บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
                       ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  
                      รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ 
                      วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์
ข้อมูลภาพ : พระพุทธโคดม  ประดิษฐาน ณ  วัดป่าธรรมโชติอำเภอรัตนบุรี  
     จังหวัดสุรินทร์

หลวงปู่ฝากไว้ : เรื่องกิน

เรื่องกิน


กระผมได้ปฏิบัติทางจิตมานาน ก็พอมีความสงบอยู่บ้างแต่มีปัญหาทางอาหารเมื่อบริโภคเนื้อสัตว์ คือ เพียงแต่เห็นก็นึกเวทนาไปถึงเจ้าของเนื้อนั้นว่าเขาต้องสูญเสียชีวิตเพื่อเราผู้บริโภคแท้ ๆ คล้ายกับว่าเราผู้ปฏิบัติจะขาดเมตตาไปมาก เมื่อเกิดความกังวลใจเช่นนี้ ก็ทำความสงบใจได้ยาก ฯ
หลวงปู่ว่า

“ภิกษุจะบริโภคปัจจัยสี่ต้องพิจารณาเสียก่อน เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า การกินเนื้อสัตว์ คล้ายเป็นการเบียดเบียน และขาดเมตตาต่อสัตว์ ก็ให้งดเว้นการฉันเนื้อเสีย พากันฉันอาหารเจต่อไป”



คัดลอกจาก : “หลวงปู่ฝากไว้”  บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
                       ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  
                      รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ 
                      วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์
ข้อมูลภาพ : พระพุทธโคดม  ประดิษฐาน ณ สวนสาธารณะ เทศบาลอำเภอรัตนบุรี  
    จังหวัดสุรินทร์


หลวงปู่ฝากไว้ : อุบายคลายความยึด

อุบายคลายความยึด


เมื่อกระผมทำความสงบให้เกิดขึ้นแล้ว ก็พยายามรักษาจิตให้ดำรงอยู่ในความสงบนั้นด้วยดี แต่ครั้นกระทบกระทั่งกับอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง จิตก็มักจะสูญเสียสถานะที่พยายามธำรงไว้นั้นร่ำไป ฯ
หลวงปู่ว่า

“ถ้าเช่นนั้น แสดงว่าสมาธิของตนเองยังไม่แข็งแกร่งเพียงพอ ถ้าเป็นอารมณ์แรงกล้าเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอารมณ์ที่เป็นจุดอ่อนของเราแล้ว ต้องแก้ด้วยวิปัสสนาวิธี จงเริ่มต้นด้วยการพิจารณาสภาวธรรมที่หยาบที่สุด คือ การแยกให้ละเอียดพิจารณาให้แจ่มแจ้ง ขยับถึงพิจารณานามธรรมอะไรก็ได้ทีละคู่ที่เราเคยแยกพิจารณามา ก็มีความดำความขาว ความมืดความสว่างเป็นต้น”


คัดลอกจาก : “หลวงปู่ฝากไว้”  บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
                       ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  
                      รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ 
                      วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์
ข้อมูลภาพ : พระพุทธโคดม  ประดิษฐาน ณ วัดป่าบุรีรัตนาจารย์ อำเภอรัตนบุรี  
              จังหวัดสุรินทร์

หลวงปู่ฝากไว้ : รู้จากการเรียนกับรู้จากการปฏิบัติ

รู้จากการเรียนกับรู้จากการปฏิบัติ


ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ ที่กระทำจำจากตำราและฟังครูสอนนั้น จะตรงกับเนื้อหาที่หลวงปู่เข้าใจหรือไม่ ฯ
หลวงปู่อธิบายว่า

“ศีล คือ ปรกติจิตที่อยู่อย่างปราศจากโทษ เป็นจิตที่มีเกราะกำบังป้องกันการกระทำชั่วทุกอย่าง สมาธิ ผลสืบเนื่องมาจากการรักษาศีล คือ จิตที่มีความมั่นคง มีความสงบเป็นพลังที่จะส่งต่อไปอีก ปัญญา ผู้รู้ คือจิตที่ว่าง เบาสบาย รู้แจงแทงตลอดตามความเป็นจริงอย่างไร ฯ วิมุติ คือ จิตที่เข้าถึงความว่าง จากความว่าง คือ ละความสบาย เหลือแต่ความไม่มีไม่เป็น ไม่มีความคิดเหลืออยู่เลย”

คัดลอกจาก : “หลวงปู่ฝากไว้”  บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
                       ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  
                      รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ 
                      วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์
ข้อมูลภาพ : พระพุทธโคดม  ประดิษฐาน ณ สิมวัดเหนือ อำเภอรัตนบุรี  จังหวัดสุรินทร์