วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2557

PRASAT TA MUAN GROUP :กลุ่มปราสาทตาเมือน

Prasat Ta  Muan  Group : กลุ่มปราสาทตาเมือน 

ปราสาทตาเมือนธม :Ta Muen Thom



กลุ่มปราสาทตาเมือน  ประกอบด้วย   ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโตจ  และปราสาทตาเมือน  ตั้งอยู่บนท้องที่บ้านหนองคันนา ตำบลตาเมียง อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ พิกัดทางภูมิศาสตร์ เส้นรุ้งที่ 14 องศา 38 ลิปดา 00 ฟิลิปดาเหนือ เส้นแวงที่ 103 องศา 21 ลิปดา 00 ฟิลิปดาตะวันออก


                          ปราสาทตาเมือนธม  เป็นปราสาทหลังใหญ่ที่สุด และเก่าที่สุดในปราสาท 3 หลัง  ตั้งอยู่บนแนวเขาพนมดงรัก  โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมซึ่งมีแผนผังอันประกอบด้วย ปรางค์ 3 องค์ โดยมีปรางค์ประธานซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่ตรงกลาง ส่วนปรางอีก 2 องค์ อยู่ถัดไปอีกด้านหลัง ทางด้านขวาและด้านซ้ายของปรางค์องค์ประธาน ปรางค์ทั้ง 3 องค์สร้างด้วยศิลาทราย หันหน้าไปทางทิศใต้ ทางด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตกมีวิหาร 2 หลังสร้างด้วยศิลาแลง วิหารด้านทิศตะวันออกหันหน้าไปทางทิศใต้ ส่วนวิหารด้านทิศตะวันตกหันหน้าไปทางทิศตะวันตก 







                  อาคารทั้งหมดนี้มีระเบียงคด     สร้างด้วยศิลาทรายล้อมรอบ มีโคปุระทั้ง 4 ด้าน โคปุระด้านใต้มีขนาดใหญ่ที่สุด และมีบันไดทางขึ้นจากเชิงเขาด้านนี้ นอกระเบียงคดด้านทิศเหนือมีสระน้ำ ( บาราย หลักฐานอันสำคัญยิ่งสำหรับศาสนสถานแห่งนี้คือ ศิวลึงค์ศิลาขนาดใหญ่ ซึ่งสกัดจากศิลาทรายธรรมชาติ ติดกับพื้นหินทรายเดิม นอกจากนั้นยังปรากฏท่อโสมสูตรจากปรางค์ประธานออกสู่กำแพงระเบียงคดด้านทิศตะวันออกด้วยดังนั้นศาสนสถานแห่งนี้ คงสร้างขึ้นเนื่องในศาสนาพราหมณ์ ลัทธิไศวนิกาย ทั้งนี้เพราะศิวลึงค์เป็นรูปเคารพแทนพระอิศวร



                 เนื่องจากส่วนประดับสถาปัตยกรรมส่วนต่างๆ ของปราสาทตาเมือนธม
ได้พังทลายและสูญหายไปเป็นจำนวนมาก  ประติมากรรมที่พบ ณ ปราสาทแห่งนี้ก็เป็นประติมากรรมเนื่องในศาสนาพราหมณ์ ลัทธิไศวนิกาย ซึ่งมีทั้งประติมากรรมลอยตัว และประติมากรรมนูนต่ำ  ซึ่งมีทั้งรูปเคารพชั้นสูงและรูปเคารพชั้นรอง รูปเคารพเทพชั้นสูง เช่น พระศิวะ ศิวลึงค์ ซึ่งพบจำนวน 2 แท่งด้วยกัน สำหรับเทพชั้นรอง ได้แก่ พระพิฆเณศวร์ และครุฑ  เป็นประติมากรรมสมัยบาปวน ราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 แต่ก็ยังรักษาอิทธิพลรูปแบบบางประการของศิลปะ เขมรแบบเกลียงซึ่งเป็นศิลปะก่อนหน้านี้เอาไว้ด้วย

ปราสาทตาเมือนธม  แสดงถึงการก่อสร้างอาคารเรียงรายเป็นระยะตามลักษณะของแผนผังซึ่งใช้แกนเป็นหลัก และประสบความสำเร็จสำหรับการสร้างศาสนสถานบนฐานเป็นชั้น นั่นคือการสกัดภูเขาให้เป็นหน้าตัดตรง แล้วนำศิลาแลงมากั้นเพื่อทำบันไดทางขึ้นและเป็นฐานรองรับระเบียงคด และโคปุระด้านทิศใต้ ซึ่งเป็นด้านที่สำคัญที่สุด ทั้งนี้เพราะศาสนสถานแห่งนี้หันหน้าไปทางทิศใต้ และศาสนสถานแห่งนี้ตั้งอยู่บนสันเขาพนมดงรัก ซึ่งเป็นการสร้างตามคติที่เชื่อว่า พระผู้เป็นเจ้าประทับอยู่เขาไกรลาส ซึ่งเป็นภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ 

ศาสนสถานแห่งนี้ คงดำรงความสำคัญมาจนกระทั่งถึงสมัยนครวัดและสมัยบายน ทั้งนี้เนื่องจากได้พบรูปประติมากรรมรูปเคารพ คือ พระศิวะ ซึ่งเป็นศิลปะเขมรแบบนครวัด และมีบรรณาลัย ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างเพิ่มเติมในสมัยบายน พร้อมทั้งได้พบประติมากรรมรูปบุคคลทรงครุฑและพระยมทรงกระบือ ณ ศาสนสถานแห่งนี้ด้วย

ปราสาทตาเมือนโตจ : Ta Muen Toc



  ปราสาทตาเมือนโต๊ด สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 18 ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นอโรคยศาลา (โรงพยาบาลในสมัยนั้น) เพื่ออำนวยประโยชน์แก่ผู้คนที่ใช้เส้นทางผ่านช่องเขา และเป็นอโรคยศาลาที่มีสภาพสมบูรณ์ที่สุดที่พบในประเทศไทย มีลักษณะแผนผังเป็นปราสาทองค์เดียว เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม  มีมุขยื่น  ที่มุขช่องด้านใต้มีการเจาะหน้าต่าง  ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้มีอาคารหลังเล็กเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า  หันหน้าไปทางทิศตะวันตก เรียกว่าวิหารหรือบรรณาลัย  มีกำแพงล้อมรอบ  ทางด้านหน้าเจาะเป็นช่องโคปุระหรือทางเข้าซึ่งทำเป็น 3 คูหา เป็นประตูเชื่อมถึงกัน  ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของกำแพงมีสระนํ้า  โราณสถานทั้งหมดนี้ก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย  ภายในมีปรางค์ประธานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีมุขยื่นทางด้านหน้า บริเวณโคปุระได้พบศิลาจารึก อักษรขอมภาษาสันสกฤต สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ด้านหลังโคปุระมีบรรณาลัยตั้งอยู่เยื้องไปทางขวาขององค์ปรางค์ ภายนอกมีบาราย (สระน้ำ) อยู่หนึ่งแห่ง

 







 ปราสาทตาเมือน : Ta Muen 




ปราสาทตาเมือน จากแผนผังของศาสนสถานเพื่อนำไปเปรียบเทียบกับศาสนสถานในประเทศกัมพูชาแล้ว มีลักษณะเช่นเดียวกับศาสนสถานที่เรียกว่า บ้านที่มีไฟ หรือ ที่พักคนเดินทาง หรือ เรียกว่า ธรรมศาลา จากจารึกปราสาทพระขรรค์ที่กล่าวถึงว่า ได้สร้างที่พักคนเดินทาง 102 แห่งไว้ตามถนนสายต่างๆ ควบคู่ไปกับสถานพยาบาลด้วยนั้น ปราสาทตาเมือนก็เป็นอีกหลังหนึ่งที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงโปรดให้สร้างควบคู่ไปกับสถานพยาบาล ( ปราสาทตาเมือนโตจ ) และเป็นโบราณสถานหลังหนึ่งในจำนวน 17 หลังที่พระองค์โปรดให้สร้างจากเมืองพระนครสู่เมืองพิมาย 








ตามแนวเทือกเขาพนมดงรักที่ทอดตัวยาว เป็นแนวเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย  ในปัจจุบันนี้นั้น  ในสมัยโบราณแนวเทือกเขานี้มีเส้นทางติดต่อระหว่างเขมรสูงละเขมรต่ำ มีจำนวนถึง 77 ช่องทาง ( เท่าที่สำรวจพบ ) ด้วยกัน จะเห็นได้ว่าบนสันแนวเทือกเขาพนมดงรักตลอดแนว นอกจากศาสนสถานแห่งเขาพระวิหารแล้ว   จะไม่ค่อยปรากฏศาสนสถานแห่งอื่นที่สำคัญไปกว่าปราสาทตาเมือนธมเลย จากการสำรวจของนักโบราณคดีต่างประเทศหลายท่านที่มีการสำรวจเส้นทางระหว่างเมืองพระนครสู่เมืองพิมายในสมัยโบราณนั้น ต้องผ่านศาสนสถานกลุ่มปราสาทตาเมือนนี้ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของศาสนสถานแห่งนี้   กลุ่มปราสาทตาเมือนอาจจะเป็นเส้นทางกึ่งกลางระหว่างเมืองพระนครไปยังเมืองพนมรุ้ง และเมืองพิมาย และคงเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ในสมัยโบราณ ซึ่งอาจจะเป็นชุมชนหน้าด่านที่ตั้งใกล้กับช่องทางที่จะติดต่อกับประเทศกัมพูชา คือช่องเขาตาเมือนนั่นเอง


ขอขอบคุณภาพจาก http://www.hflight.net/forums/topic/15104-%E0 
Cambodian soldier At Prasat Ta Muan Thom

Thai soldier 
At Prasat Ta Muan Thom

Thai-Cambodian border 

                              Prasat Ta Muan group of monuments locate at Ban Nong Kanna, Tambon Tamiang, Amphoe apcheang Changwat Surin. There are a group of 3 monunts, Prasat Tamuen Thom Prasat Ta Muen Toc and Prasat Ta Muen, near the border of Thailand to Kampuchea.
                
                Ta Muen Thom is the largest one consists of 3 prangs. Constructed of sandstoue, all face south, which can be dated to the 11th – 12th C.A.D.  Besides the three sandstone prangs are laterite construction one the east and west of the main prang. These laterite buildings are “Bannalai ”  or libraries possibly built during the regn of king Jayavaraman VII. This sanctuary was still in use until at least the 13th C.A.D. six stone inscription were found at this site.
                
                Prasat Ta Muen Toc is constructed of sandstone and laterite. It is belived to be one of the 102 Arokayasalas of hospitals built by king Jayavaraman VII according to the inscription found at Prasat Taprom

      Prasat Ta Muen was problably a travel  lodge also built by King Jayavaraman VII together with thes Hospitals. There are all together 17 travel lodges anlong the way from Angkor to Pimai.

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Anong  Nhoopan. THE STUDY OF PRASAT TA MUAN GROUP AMPHOE KAB CHOENG CHANGWAT SURIN. A Thesis submitted in Partial Fulfillment Of The Requirements, for the Degree master  of  arts. Department of Archaeology, Graduate School  of  Silpakorn University.1992.

In the former  until 2012, this temple was a place to met by relatives of Cambodia  and Thai peoples on Songkran  festival, Both Cambodian  and Thai  are jointly offering  a holy  to pray  for  blessing  here.

The Fine Arts Department of Thai government  survey  and  register  Prasat Ta Muean Thom  is located  in the archaeological site of Thailand since 1935 or 79 years ago,  reconstructed  by  the Fine Arts Department with has officially recognized through Cambodia. In  now  the  current situation This  temple  is  no reconstructed  and  then changed  the located  to  the territory of Cambodia.
  
The new boundary made by Google is clearly internationally and legally unacceptable for it is contradicted to the Siamese-French treaty which clearly states that Prasat Ta Mean Thom and prasat Ta Mean Toch geographically locate in Cambodia stipulated in the record of the  installation of the border post # 22,  zone 4 of the Indochinese-siamese Border Committee titled: “Prasath Ta Mean Thom´s Path“, dated on 30 December 1908
. http://www.reuters.com/article/2010/02/05/cambodia-google-idUSSGE61406G20100205


Although this temple is located in the boundary of any country. That's not the point of conflict! This place is a world  heritage,So all parties shall cooperate preservation and restoration.