วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2557

หลวงปู่ฝากไว้ : แนะนำตามวิทยฐานะ

แนะนำตามวิทยฐานะ


          พระอาจารย์สุจินต์ สุจิณโณ จบนิติฯ จากธรรมศาสตร์นานแล้ว มีความ
เลื่อมใสในทางปฏิบัติธรรม เคยไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์หลวงปู่หลุย เป็นเวลา
หลายปี  ต่อมาเมื่อได้ยินกิตติศัพท์หลวงปู่ดูลย์ จึงลาหลวงปู่หลุยมาปฏิบัติกับหลวงปู่ตลอดถึงขอบรรพชาอุปสมบถอยู่ตลอดมา อยู่กับหลวงปู่พอสมควรแก่
ความต้องการแล้วจึงกราบลาเพื่อเดินทางธุดงค์วิเวกต่อไป ฯ

            หลวงปู่แนะว่า

            “เรื่องของพระวินัยนั้น ให้ศึกษาอ่านตำรับตำราให้เข้าใจให้ถูกต้องทุกข้อมูล เพื่อปฏิบัติไม่ให้ผิด ส่วนธรรมะนั้นถ้าอ่านมากก็จะมีวิตกวิจารณ์มาก จึงไม่ต้องอ่านก็ได้ ขอตั้งใจปฏิบัติเอาเพียงอย่างเดียวก็พอ”


คัดลอกจาก : “หลวงปู่ฝากไว้”  บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
                       ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  
                      รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ 
                      วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์
ข้อมูลภาพ : เดชาชาติ  เทียนเสม.  ผู้เขียนภาพ จากหนังสือภาพ ชุดพุทธประวัติ 
                     สำนักพิมพ์บริษัทพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พ.ว.) 2554.

หลวงปู่ฝากไว้ : ปรารภธรรมะให้ฟัง

ปรารภธรรมะให้ฟัง




          คราวหนึ่ง หลวงปู่กล่าวปรารภพระธรรมให้ฟังว่า เราเคยตั้งสัจจะอ่าน
พระไตรปิฎกจนจบ ในพรรษาที่ ๒๔๙๕ เพื่อสำรวจดูว่าจุดจบของ
พระพุทธศาสนาอยู่ตรงไหน ที่สุดแห่งสัจธรรมหรือที่สุดของทุกข์นั้น
อยู่ตรงไหน พระพุทธองค์ทรงกล่าวสรุปไว้ว่าอย่างไรครั้นอ่านไป ตริตรองไป
กระทั่งถึงจบ ก็ไม่เห็นตรงไหนที่มีสัมผัสอันลึกซึ้งถึงจิตของเรา ให้ตัดสินได้ว่า 
นี่คือที่สิ้นสุดแห่งทุกข์ ที่สุดแห่งมรรคผล หรือที่เรียกว่านิพพาน ฯ
            มีอยู่ตอนหนึ่ง คือ ครั้งนั้นพระสารีบุตรออกจากนิโรธสมาบัติใหม่ ๆ 
พระพุทธเจ้าตรัสถามเชิงสนทนาธรรมว่า สารีบุตรสีผิวของเธอผ่องใสยิ่งนัก 
วรรณะของเธอหมดจดผุดผ่องยิ่งนัก อะไรเป็นวิหารธรรมของเธอ  
พระสารีบุตรกราบทูลว่า
       
                    “ความว่างเปล่าเป็นวิหารธรรมของข้าพระองค์” (สุญญตา)ฯ

            ก็เห็นมีเพียงแค่นี้แหละที่มาสัมผัสจิตของเรา


คัดลอกจาก : “หลวงปู่ฝากไว้”  บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
                       ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  
                      รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ 
                      วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์
ข้อมูลภาพ : ชัยยุทธ ชูทวน  ผู้เขียนภาพ  จากหนังสือภาพ ชุด นิทานชาดก
        เรื่อง พระอสทิสกุมาร. สำนักพิมพ์บริษัทพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พ.ว.) 2548.

หลวงปู่ฝากไว้ : คนละเรื่อง

คนละเรื่อง


          มีชายหนุ่มจากต่างจังหวัดไกลสามสี่คนเข้าไปหาหลวงปู่ขณะที่ท่านนั่งพักผ่อนอยู่ที่มุขศาลาการเปรียญ ดูอากัปกิริยาของเขาแล้วคงคุ้นเคยกับพระนักเลงองค์ใดองค์หนึ่งมาก่อนแล้ว สังเกตจากการนั่ง การพูด เขานั่งตามสบาย พูดตามถนัด ยิ่งกว่านั้น เขาคงเข้าใจว่าหลวงปู่องค์นี้คงสนใจกับเรื่องเครื่องรางของขลังอย่างดี เขาพูดถึงชื่อเกจิอาจารย์อื่น ๆ ว่าให้ของดีของวิเศษแก่ตนหลายอย่างในที่สุดก็งัดเอาของมาอวดกันเองต่อหน้าหลวงปู่ คนหนึ่งมีเขี้ยวหมูตัน คนหนึ่งมีเขี้ยวเสือ อีกคนมีนอแรด ต่างคนต่างอวดอ้างว่าของตนดี วิเศษอย่างนั้นอย่างนี้ มีคนหนึ่งเอ่ยว่า หลวงปู่ฮะ อย่างไหนแน่ดีวิเศษกว่ากันฮะ ฯ
            หลวงปู่บอกว่า

            “ไม่มีดี ไม่มีวิเศษอะไรหรอก เป็นของสัตว์เดียรัจฉานเหมือนกัน”



คัดลอกจาก : “หลวงปู่ฝากไว้”  บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
                       ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  
                      รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ 
                      วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์
ข้อมูลภาพ : กาญจนา  ภูมิสูง. ผู้เขียนภาพ จากหนังสือภาพ ชุดนิทานชาดก  เรื่องหมูปราบเสือ
                     สำนักพิมพ์บริษัทพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พ.ว.) 2553.

หลวงปู่ฝากไว้ : ไม่ได้ตั้งจุดหมายไว้

ไม่ได้ตั้งจุดหมายไว้



          เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๒๒ คณะนายทหารประมาณ ๑๐ กว่านาย เข้านมัสการหลวงปู่เมื่อเวลาค่ำแล้ว ก็จะเดินทางต่อเข้ากรุงเทพฯ ในคณะของนายทหารเหล่านั้น มียศพลโทสองท่านหลังจากสนทนากับหลวงปู่เป็นเวลาพอสมควรแล้ว ก็ถอดเอาพระเครื่องจากคอของแต่ละท่านรวมใสในพานถวายให้หลวงปู่ช่วยอธิษฐานแผ่เมตตาพลังจิตให้ ท่านก็อนุโลมตามความประสงค์แล้วก็มอบให้คืนไป นายพลท่านหนึ่งถามว่า ทราบว่ามีเหรียญหลวงปู่ออกมาหลายรุ่นแล้ว อยากถามหลวงปู่ว่ามีรุ่นไหนดังบ้าง ฯ
            หลวงปู่บอกว่า

            “ไม่มีดัง”


คัดลอกจาก : “หลวงปู่ฝากไว้”  บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
                       ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  
                      รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ 
                      วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์
ข้อมูลภาพ : ธนากร  ศรีวิเชียร ผู้เขียนภาพจากหนังสือชุดการผจญภัยของพระพุทธเจ้า
                    ตอนปราบพญามาร. สำนักพิมพ์แฮปปี้คิดส์.กรุงเทพมหานคร, 2552.

หลวงปู่ฝากไว้ : จริงตามความเป็นจริง

จริงตามความเป็นจริง



           สุภาพสตรีชาวจีนคนหนึ่ง ถวายสักการะแด่หลวงปู่แล้วเขากราบเรียนว่า ดิฉันจะต้องไปอยู่ที่อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อทำมาค้าขายอยู่ใกล้ญาติทางโน้นทีนี้บรรดาญาติ ๆ ก็เสนอแนะว่าควรจะขายของชนิดนั้นบ้าง ชนิดนี้บ้าง ตามแต่เขาจะเห็นว่าอะไรขายได้ดี ดิฉันยังมีความลังเลใจ ตัดสินเอาเองไม่ได้ว่าจะเลือกขายของอะไร จึงให้หลวงปู่แนะนำด้วยว่าจะให้ดิฉันขายอะไรจึงจะดีเจ้าคะ ฯ
            หลวงปู่บอกว่า


            “ขายอะไรก็ดีทั้งนั้นแหละ ถ้ามีคนซื้อ”



คัดลอกจาก : “หลวงปู่ฝากไว้”  บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
                       ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  
                      รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ 
                      วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์
ข้อมูลภาพ : เอมอร  จรรยาวงศ์โชติ. ผู้เขียนภาพ จากหนังสือภาพ ชุดนิทานชาดก  เรื่องนกกระจาบ

                     สำนักพิมพ์บริษัทพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พ.ว.) 2552.

วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2557

หลวงปู่ฝากไว้ : ทิ้งเสีย

ทิ้งเสีย


               สุภาพสตรีท่านหนึ่ง  เป็นชนชั้นครูบาอาจารย์  เมื่อฟังธรรมปฏิบัติจากหลวงปู่จบแล้ว  ก็อยากทราบถึงวิธีไว้ทุกข์ที่ถูกต้องตามธรรมเนียม  เขาจึงพูดปรารภต่อไปว่า  คนสมัยนี้ไว้ทุกข์ไม่ค่อยจะถูกต้องและตรงกันทั้งๆที่สมัย ร.๖ ท่านทำไว้เป็นแบบอย่างดีอยู่แล้ว  เช่นเมื่อญาติพี่น้องหรือญาติผู้ใหญ่ถึงแก่กรรมลง  ก็ให้ไว้ทุกข์ ๗ วันบ้าง ๕๐ วันบ้าง ๑๐๐ วันบ้าง  แต่ปรากฏว่าคนทุกวันนี้ ทำอะไรรู้สึกว่าลักลั่นกัน ไม่เป็นระเบียบ   ดิฉันจึงขอเรียนถามหลวงปู่ว่า  การไว้ทุกข์ที่ถูกต้องนั้น  ควรไว้อย่างไรเจ้าคะ
 หลวงปู่บอกว่า  

“ทุกข์  ต้องกำหนดรู้  เมื่อรู้แล้วให้ละเสีย  ไปไว้มันทำไม”


คัดลอกจาก : “หลวงปู่ฝากไว้”  บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
                       ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  
                      รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ 
                      วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์
ข้อมูลภาพ : เดชาชาติ  เทียนเสม ผู้เขียนภาพ จากหนังสือภาพพุทธประวัติ.
                     สำนักพิมพ์บริษัทพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พ.ว.) 2554.

หลวงปู่ฝากไว้ : ง่าย แต่ทำได้ยาก

ง่าย  แต่ทำได้ยาก



               คณะของคุณดวงพร  ธารีฉัตร  จากสถานีวิทยุทหารอากาศ ๐๑ บางซื่อ  นำโดยคุณอาคม  ทันนิเทศ  เดินทางไปถวายผ้าป่า  และกราบนมัสการ ครูบาอาจารย์ตามสำนักต่างๆ ทางภาคอีสาน  ได้แวะกราบนมัสการหลวงปู่  หลังจากถวายผ้าป่า  ถวายจตุปัจจัยไทยทานแด่หลวงปู่  และรับวัตถุมงคลเป็นที่ระลึกจากท่านแล้ว  ต่างคนก็ต่างออกไปตลาดบ้าง พักผ่อนตามอัธยาศัยบ้าง

            มีอยู่กลุ่มหนึ่ง ประมาณ สี่ห้าคน เข้าไปกราบขอให้หลวงปู่แนะนำวิธีปฏิบัติง่ายๆ  เพื่อแก้ไขความทุกข์ความกลุ้มใจ  ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเป็นประจำ  ว่าควรปฏิบัติอย่างไรจึงได้ผลเร็วที่สุด
            หลวงปู่บอกว่า 

“อย่าส่งจิตออกนอก”


คัดลอกจาก : “หลวงปู่ฝากไว้”  บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
                       ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  
                      รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ 
                      วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์
ข้อมูลภาพ : เดชาชาติ  เทียนเสม ผู้เขียนภาพ จากหนังสือภาพพุทธประวัติ.
                     สำนักพิมพ์บริษัทพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พ.ว.) 2554.

หลวงปู่ฝากไว้ : ประหยัดคำพูด

ประหยัดคำพูด


          ณะผู้ปฏิบัติธรรมจากจังหวัดบุรีรัมย์หลายท่าน มีร้อยตำรวจเอก บุลชัย 
สุคนธมัต  อัยการจังหวัด เป็นหัวหน้า มากราบหลวงปู่เพื่อฟังข้อปฏิบัติธรรม
และเรียนถามถึงวิธีปฏิบัติยิ่งๆขึ้นไป  ซึ่งส่วนมากก็เคยปฏิบัติกับครูบาอาจารย์
แต่ละองค์มาแล้ว  และแสดงแนวทางปฏิบัติไม่ค่อยจะตรงกัน  เป็นเหตุให้เกิด
ความสงสัยยิ่งขึ้น  จึงขอกราบเรียนหลวงปู่โปรดช่วยแนะแนวปฏิบัติที่ถูกต้อง
และทำได้ง่ายที่สุด  เพราะหาเวลาปฏิบัติธรรมได้ยาก  หากได้วิธีง่ายๆแล้ว  
ก็จะเป็นการถูกต้องอย่างยิ่ง


            หลวงปู่บอกว่า  ให้ดูจิต  ที่จิต”


คัดลอกจาก : “หลวงปู่ฝากไว้”  บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
                       ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  
                      รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ 
                      วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์
ข้อมูลภาพ : เดชาชาติ  เทียนเสม ผู้เขียนภาพ จากหนังสือภาพพุทธประวัติ.
                     สำนักพิมพ์บริษัทพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พ.ว.) 2554.

หลวงปู่ฝากไว้ : ไม่ตามใจผู้ถาม

ไม่ตามใจผู้ถาม



             ผู้ที่อยู่เฝ้ารักษาพยาบาลหลวงปู่  ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ  ในรอบดึก มีจำนวนหลายท่านด้วยกัน  เขาเหล่านั้น มีความสงสัยและอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง  โดยที่สังเกตเห็นว่า  บางวันพอเวลาดึกสงัดตีหนึ่งผ่านไปแล้ว  ได้ยินเสียงหลวงปู่อธิบายธรรมะนานประมาณสิบกว่านาที  แล้วสวดยถาให้พร  ทำเหมือนหนึ่งมีผู้มารับฟังอยู่เฉพาะหน้าเป็นจำนวนมาก  ครั้นจะถามประพฤติการที่หลวงปู่ทำเช่นนั้นก็ไม่กล้าถาม  ต่อเมื่อเห็นหลวงปู่ทำเช่นนั้นหลายครั้ง  ก็ทนสงสัยไม่ได้  จึงพากันถามหลวงปู่ตามลักษณาการนั้น

            หลวงปู่จึงบอกว่า “ ความสงสัยและคำถามเหล่านี้  มันไม่ใช่แนวทางปฏิบัติธรรม”


คัดลอกจาก : “หลวงปู่ฝากไว้”  บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
                       ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  
                      รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ 
                      วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์
ข้อมูลภาพ : เดชาชาติ  เทียนเสม ผู้เขียนภาพ จากหนังสือภาพพุทธประวัติ.
                     สำนักพิมพ์บริษัทพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พ.ว.) 2554.

หลวงปู่ฝากไว้ : รู้ให้พร้อม

รู้ให้พร้อม


               ระหว่างที่หลวงปู่อยู่รักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์นั้น  มีผู้ไปกราบนมัสการ และฟังธรรม เป็นจำนวนมาก  คุณบำรุงศักดิ์  กองสุข  เป็นผู้หนึ่งที่สนใจในการปฏิบัติสมาธิภาวนา  นัยว่าเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อสนอง  กตปญฺโญ  แห่งวัดสังฆทาน  จังหวัดนนทบุรี  ซึ่งเป็นวัดปฏิบัติที่เคร่งครัดฝ่ายธุดงค์กัมมัฏฐานในยุคปัจจุบัน  ได้ปรารภการปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่ ถึงเรื่องการละกิเลสว่า  

“ หลวงปู่ครับ  ทำอย่างไร  จึงจะตัดความโกรธให้ขาดได้”

            หลวงปู่ตอบว่า  

“ ไม่มีใครตัดให้ขาดได้หรอก  มีแต่รู้ทัน  เมื่อรู้ทัน มันก็ดับไปเอง”


 คัดลอกจาก : “หลวงปู่ฝากไว้”  บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
                       ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  
                      รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ 
                      วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์
ข้อมูลภาพ : เดชาชาติ  เทียนเสม ผู้เขียนภาพ จากหนังสือภาพพุทธประวัติ.
                     สำนักพิมพ์บริษัทพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พ.ว.) 2554.