วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

หลวงปู่ฝากไว้ : สิ่งที่อยู่เหนือคำพูด


สิ่งที่อยู่เหนือคำพูด


หุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่ดุลย์ อตุโล
พิพิธภัณฑ์กัมมัฏฐาน อัฐิฐาตุ วัดบูรพาราม จังหวัดสุรินทร์

          อุบาสกผู้คงแก่เรียนคนหนึ่ง  สนทนากับหลวงปู่ว่า"กระผมเชื่อว่า  
แม้ในปัจจุบันพระผู้ปฏิบัติชั้นได้บรรลุมรรคผลนิพานก็คงมีอยู่ไม่น้อย
เหตุใดท่านเหล่านั้นจึงไม่แสดงตนให้ปรากฏ เพื่อให้ผู้เล่นสนใจปฏิบัติทราบว่า
ท่านได้บรรลุถึงคุณธรรมนั้นๆ แล้ว  เขาจะได้กำลังใจและมีความหวัง  
เพื่อเป็นพลังเร่งความเพียรในทางปฏิบัติให้เต็มที่"

            หลวงปู่กล่าวว่า

"ผู้ที่เขาตรัสรู้แล้ว  เขาไม่พูดว่าเขารู้แล้วซึ่งอะไร  
เพราะสิ่งนั้นมันอยู่เหนือคำพูดทั้งหมด"



คัดลอกจาก : หลวงปู่ฝากไว้  บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
           ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  
           รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ 
           วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์
ข้อมูลภาพ :  หุ่นขี้ผึ้งพิพิธภัณฑ์กัมมัฏฐาน อัฐิฐาตุ 
           วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์

หลวงปู่ฝากไว้ : ปรารภธรรมมะเรื่องอริยสัจสี่

ปรารภธรรมมะเรื่องอริยสัจสี่


สมเด็จพระญาณสังวร  สมเด็จพระสังฆราช
เสด็จเยี่ยมหลวงปู่  พ.ศ. ๒๕๒๑


          พระเถระฝ่ายกัมมัฏฐานเข้าถวายสักการะหลวงปู่ในวันเข้าพรรษา
ปี พ.ศ ๒๔๙๙  หลังฟังโอวาทและข้อธรรมะอันลึกซึ่งข้ออื่นๆ แล้ว  
หลวงปู่สรุปใจความ อริยสัจสี่ ให้ฟังว่า

     จิตที่ส่งออกนอก                                        เป็นสมุทัย
         ผลอันเกิดจากจิตที่ส่งออกนอก              เป็นทุกข์
         จิตเห็นจิต                                                   เป็นมรรค
         ผลอันเกิดจากจิตเห็นจิต                          เป็นนิโรธ


คัดลอกจาก : หลวงปู่ฝากไว้  บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
            ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  
            รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ 
            วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์
ข้อมูลภาพ :   ภาพวาดบนผนังพิพิธภัณฑ์กัมมัฏฐาน อัฐิฐาตุ 
            วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์

หลวงปู่ฝากไว้ : หลวงปู่ไม่ฝืนสังขาร

หลวงปู่ไม่ฝืนสังขาร


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเยี่ยมหลวงปู่
ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๒๖

          ทุกครั้งที่ล้นกล้าๆ  ทั้งสองพระเสด็จเยี่ยมหลวงปู่หลังจากเสร็จ
พระราชกรณียกิจในการเยี่ยมแล้ว  เมื่อจะเสด็จกลับทรงมีพระดำรัสคำสุดท้ายว่า  

"ขออาราธนาหลวงปู่ดำรงขันธ์อยู่เกินร้อยปี เพื่อเป็นที่เคารพนับถือ
ของปวงชนทั่วไป  หลวงปู่รับได้ไหม ฯ"
            
           ทั้งๆ ที่พระราชดำรัสนี้เป็นสัมมาวจีกรรม  ทรงประทานพรแก่หลวงปู่
โดยพระราชอัธยาศัยหลวงปู่ก็ไม่กล้ารับและไม่อาจฝืนสังขาร จึงถวายพระพรว่า

"อาตมาภาพรับไม่ได้หรอก  แล้วแต่สังขารเขาจะเป็นไปของเขาเอง"


คัดลอกจาก : หลวงปู่ฝากไว้  บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
           ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  
           รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ 
           วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์
ข้อมูลภาพ :   ภาพวาดบนผนังพิพิธภัณฑ์กัมมัฏฐาน อัฐิฐาตุ 
                วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์

หลวงปู่ฝากไว้ : ธรรมะปฏิสันถาร

ธรรมะปฏิสันถาร


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงสนทนาธรรมกับหลวงปู่
ภาพวาดบนผนังพิพิธภัณฑ์กัมมัฏฐาน อัฐิฐาตุ วัดบูรพาราม   

         เมื่อวันที่  ๑๘ ธันวาคม  พุทธศักราช ๒๕๒๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
พร้อมด้วยสมเด็จพระทางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จเยี่ยมหลวงปู่  เป็นการ
ส่วนพระองค์เมื่อทั้งสองพระองค์ทรงถามถึงสุขภาพอนามัยและการอยู่สำราญ
แห่งอิริยาบถของหลวงปู่ตลอดถึงทรงสนทนาธรรมกับหลวงปู่ 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชปุจฉาว่า 

"หลวงปู่ การละกิเลสนั่น ควรละกิเลสอะไรก่อน"

            "กิเลสทั้งหมดเกิดรวมอยู่ที่จิต ให้เพ่งมองดูที่จิต 
       อันไหนเกิดก่อน ให้ละอันนั่นก่อน"



คัดลอกจาก : หลวงปู่ฝากไว้  บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
                 ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  
                 รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ 
                 วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์
ข้อมูลภาพ :   ภาพวาดบนผนังพิพิธภัณฑ์กัมมัฏฐาน อัฐิฐาตุ 
                   วัดบูรพาราม  อ.เมือง จ. สุรินทร์

สังเขปประวัติ หลวงปู่ดุลย์ อตุโล

สังเขปประวัติ  หลวงปู่ดุลย์ อตุโล 

พระครูนันทปัญญาภรณ์    
๑ กรกฎาคม ๒๕๒๘


"หลักธรรมที่แท้จริง คือ จิต จิตของคนเราทุกคนนั้นแหละคือหลักธรรมสูงสุด
ที่อยู่ในจิตใจเรา  นอกจากนั้นแล้วมันไม่มีหลักธรรมใดๆ  เลย...  
ขอให้เลิกละการคิด  และการอธิบายเสียให้หมดสิ้น  
จิตในจิตก็จะเหลือแต่ความบริสุทธิ์  
ซึ่งมีประจำอยู่แล้วในทุกคน"

       หลวงปู่ดุลย์ อตุโล นับเป็นศิษย์อาวุโสรุ่นแรกของหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต 
พระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายอรัญญวาสี ในยุคปัจจุบัน


หลวงปู่มั่น  ภูริทตฺโต


หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล

            พระเถระที่เป็นสหธรรมมิก และมีอายุรุ่นเดียวกันกับหลวงปู่ดุลย์  ได้แก่ 
หลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม วัดป่าสาลวัน นครราชสีมา และ หลวงปู่ขาว อนาลโย 
วัดถ้ำกลองเพล จ.อุดรธานี


หลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม
            
    ด้วยความปฏิบัติดีปฎิบัติชอบของหลวงปู่ดุลย์  ท่านจึงมีศิษย์ สำคัญๆ หลายองค์ ศิษย์รุ่นแรกๆ ก็มี หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดรสมพร จ.สกลนคร หลวงปู่อ่อน 
ญาณสิริ วัดป่านิโครธาราม  จ.อุดรธานี หลวงปู่สาม อกิญจโน วัดป่าไตรวิเวก .สุรินทร์ และ พระเทพสุธาจารย์ (หลวงปู่โชติ คุณสมฺปนฺโน) 
วัดวชิราลงกรณ์ .ปากช่อง .นครราชสีมา


หลวงปู่ฝั้น อาจาโร


หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ


หลวงปู่สาม อกิญจโน


หลวงปู่โชติ คุณสมฺปนฺโน

            สำหรับศิษย์อาวุโสของหลวงปู่ดุลย์  ที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ 
พระวิสุทธิธรรมรังสี (หลวงพ่อเปลี่ยน โอภาโส) วัดป่าโยธาประสิทธ์   .สุรินทร์ 
พระชินวงศาจารย์  วัดกระดึงทอง จ.บุรีรัมย์ หลวงพ่อสุวัจน์ สุวโจ  วัดถ้ำสีแก้ว  .สกลนคร และ พระราชวรคุณ วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ เป็นต้น


หลวงพ่อสุวัจน์ สุวโจ



พระราชวรคุณ 

หลวงปู่ดูลย์  อตุโล      เป็นพระอริยเจ้าที่มีธรรมล้ำลึกท่านเน้นการปฏิบัติภาวนามากกว่าการเทศนาสั่งสอน  สำหรับพระสงฆ์และญาติโยมที่เข้าไปกราบนมัสการ
ขอฟังธรรมะ  หลวงปู่มักจะให้ธรรมสั้นๆ  แต่มีความล้ำลึกสูงชั้นเสมอ  ท่านจะเทศน์เรื่องจิต

            หลวงปู่ดุลย์  อตุโล เกิดชวด วันที่ ๔ ตุลาคม ๒๔๓๑ที่บ้านปราสาท  .เฉนียง  .เมือง  จ.สุรินทร์  ท่านเกิดในตระกูลเกษมสินธุ์ เป็นคนหัวปี ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 
๔ คน
            
          เมื่ออายุ ๒๒ ปี หลวงปู่ได้อุปสมบทที่วัดจุมพลสุทธาวาส  อ. เมือง  .สุรินทร์ โดยมีท่านพระครูวิมลศีลพรต (ทอง) เป็นอุปัชฌาย์  ในพรรษาที่ ๖  
หลวงปู่ได้เดินทางด้วยเท้าไปอุบลราชธานีพำนักอยู่ที่วัดสุทัศนาราม  
เพื่อเรียนปริยัติธรรม สอบได้นักธรรมชั้นตรีแล้วเรียนบาลีไวยากรณ์ต่อถึงแปล
มูลกัจจายน์ได้

            หลวงปู่ได้รู้จักชอบพอกับหลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักดี
ในนามของแม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพธรรมในสายของ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าทำการเผยแพร่ธรรมะในสายพุทโธ จนแพร่หลายมา
ตราบเท่าทุกวันนี้

            ในปีที่ ๒ ที่หลวงปู่ไปพำนักอยู่อุบลราชธานีนั้น หลวงปู่มั่นได้ธุดงค์มาพำนักอยู่ที่วัดบูรพา  ในเมืองอุบลราชธานี  หลวงปู่ดุลย์และ หลวงปู่สิงห์  สองหายผู้ใคร่ธรรม  ได้ไปกราบนมัสการและฟังธรรมของพระอาจารย์  เกิดความอัศจรรย์ใจและศรัทธาเป็นที่ยิ่ง  จึงตัดสินใจเลิกละการเรียนด้านปริยัติธรรม  แล้วออกธุดงค์ตามหลวงปู่มั่นต่อไป นับเป็นศิษย์หลวงปู่มั่นในสมัยแรกและได้ร่วมเดินธุดงค์ตามหลวงปู่ไปในที่ต่าง ๆ อยู่นานปี
            
          หลวงปู่ดุลย์  เที่ยวธุดงค์หาความวิเวกตามป่าเขานานถึง ๑๙ ปี จึงได้รับคำสั่งสอนจากผู้บัญชาการคณะสงฆ์ ให้หลวงปู่เดินทาง ไปประจำอยู่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อจัดการปฏิบัติ ด้านปริยัติธรรม และเผยแพร่ข้อปฏิบัติธรรมทางกัมมัฏฐานไปด้วยกัน หลวงปู่จึงได้ไปพำนักประจำที่วัดบูรพาราม อ.เมือง จ.สุรินทร์ มาตั้งแต่ พ.. ๒๔๗๗ จวบจบบั้นปลายชีวิตของท่าน


หลวงปู่ดุลย์

             นับตั้งแต่บัดนั้นมา แสงแห่งรัศมีของพระธรรม ทั้งทางปริยัติ และทางปฏิบัติ ก็เริ่มฉายแสงรุ่งเรืองตลอดมา โดยหลวงปู่รับภาระ ทั้งฝ่ายคันถธุระ และวิปัสสนาธุระ บริหารงานพระศาสนาอย่างเต็มกำลังสามารถ ในปฏิปทาส่วนตัวของท่านนั่นไม่เคยละทิ้งกิจธุดงค์ บำเพ็ญเพียรทางใจอย่างสม่ำเสมอมา พร้อมทั้งอบรมสมาธิภาวนาแก่ผู้สนใจปฏิบัติทั้งคฤหัสถ์และพรรพชิต ด้วยเหตุที่หลวงปู่ มีเมตตาธรรมสูง จึงช่วยสงเคราะห์บุคคลทั่วไปได้อย่างกว้างขวางโดยไม่เลือกชั้นวรรณะ

            หลวงปู่มีสุขภาพอนามัยดีเป็นเยี่ยม  แข็งแรง  ว่องไว  ผิวพรรณ  ผ่องใส  มีเมตตาเป็นอารมณ์  สงบเยี่ยม  เยือกเย็น  ทำให้ผู้ใกล้ชิดและผู้ได้กราบไหว้  เกิดความเคารพเสื่อมใสศรัทธาอย่างสนิทใจ

            หลวงปู่ดูลย์ อตุโล  พระอริยเจ้าผู้ประเสริฐ  ได้ละเสียซึ่งสังขารเมื่อ วันที่ ๓๐ ตุลาคม  ๒๕๒๖ สิริรวมอายุได้ ๙๖ ปี กับ ๒๖ วันพระอรหังธาตุของท่านได้เก็บรักษาไว้ให้สาธุชนได้สักการะที่พิพิธภัณฑ์กัมมัฏฐาน  ในบริเวณวัดบูรพาราม อ.เมือง จ.สุรินทร์


พิพิธภัณฑ์กัมมัฏฐาน อัฐิธาตุ


พิพิธภัณฑ์กัมมัฏฐาน อัฐิธาตุหลวงปู่ดุลย์ อตุโล



วัดบูรพาราม อ.เมือง จ.สุรินทร์

            ส่วนคำสอนของหลวงปู่ ซึ่งเป็นคำสอนสั้นๆ และเฉียบคมล้ำลึกนั้น  ท่านเจ้าคุณพระราชวรคุณได้รวบรวมและพิมพ์ไว้ในหนังสือ "หลวงปู่ฝากไว้" เล่มนี้  นับเป็นหนังสือที่มีคุณค่านักปฏิบัติธรรม  และผู้สนใจทั่วไป

            หลวงปู่  เน้นเรื่องการปฏิบัติภาวนา  ให้พิจารณาจิตใจจนรู้แจ้ง  ท่านเทศนาแต่เพียงสั้นๆ  แต่เฉียบคม  ท่านสอนว่า "หลักธรรมที่แท้จริง คือ จิต จิตของคนเราทุกคนนั้นแหละคือหลักธรรมสูงสุดที่อยู่ในจิตใจเรา  นอกจากนั้นแล้วมันไม่มีหลักธรรมใดๆ  เลย...  ขอให้เลิกละการคิด  และการอธิบายเสียให้หมดสิ้น  จิตในจิตก็จะเหลือแต่ความบริสุทธิ์  ซึ่งมีประจำอยู่แล้วในทุกคน"


ข้อมูล :    จากหนังสือ หลวงปู่ฝากไว้  บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนาของพระราชวุฒาจารย์
                (หลวงปู่ดุลย์  อตุโล)  รวบรวมและบันทึกไว้โดย  พระราชวรคุณ วัดบูรพาราม  
                อ.เมือง  จ. สุรินทร์

ข้อมูลภาพ : พิพิธภัณฑ์กัมมัฏฐาน อัฐิธาตุหลวงปู่ดุลย์ อตุโล วัดบูรพาราม อำเภอเมือง 
                    จังหวัดสุรินทร์