Prasat Mueang Tam : ปราสาทเมืองตํ่า
ปราสาทหินเมืองต่ำ ตั้งอยู่ที่ตำบลจระเข้มาก อำเภอประโคนชัย
จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ห่างจากประสาทหินพนมรุ้งไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 8
กิโลเมตร คำว่า เมืองต่ำ เป็นชื่อที่ชาวพื้นเมืองเรียกโบราณสถานแห่งนี้
เพราะตั้งอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปราสาทพนมรุ้ง ตำแหน่งที่ตั้งของปราสาทเมืองต่ำ อยู่บนเส้นทางอารยธรรมขอม จากเมืองพระนครในประเทศกัมพูชา ขึ้นสู่ทางเหนือผ่านเทือกเขาพนมดงรัก
ผ่านกลุ่มปราสาทตาเมือน จังหวัดสุรินทร์ ผ่านปราสาทเมืองต่ำ สู่ปราสาทหินพนมรุ้ง
ไปยังปราสาทหินพิมาย จังหวัดนครราชสีมา
ประวัติความเป็นมาของปราสาทหินเมืองต่ำยังไม่ทราบชัดเพราะไม่พบหลักฐานที่แน่นอนว่าสร้างขึ้นเมื่อใด
หรือใครเป็นผู้สร้าง มีลักษณะของศิลปะขอมแบบบาปวนและแบบแกลง ซึ่งมีอายุอยู่ในราว
พุทธศตวรรษที่ 16 ปราสาทเมืองต่ำลดความสำคัญลงไปในราวพุทธศตวรรษที่
18 และถูกทิ้งร้างในที่สุด จนเมื่อราวปี พุทธศักราช 2490
จึงเริ่มมีการอพยพเข้ามาของชาวบ้าน
มาตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้อีกครั้งหนึ่ง
กำแพงแก้วและซุ้มประตูด้านตะวันออก The East boundary wall and archway |
ฐานปราสาทประธาน
The base
of main Prang
ปราสาทแห่งนี้รู้จักกันครั้งแรกตามที่มีเอกสารที่มีการกล่าวถึงปราสาทเมืองต่ำเป็นครั้งแรกคือ
บันทึก ของนายเอเตียน เอมอนิเยร์ ชาวฝรั่งเศส ตีพิมพ์เป็นบทความใน พุทธศักราช 2444
ครั้นปี พุทธศักราช 2472
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จมาที่ปราสาทเมืองต่ำ
คราวเสด็จมณฑลอีสาน
กรมศิลปากร
ได้ประกาศขึ้นทะเบียนปราสาทเมืองต่ำเป็นโบราณสถานของชาติ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เล่ม 52 ตอนที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม พุทธศักราช 2478 พร้อมกับปราสาทพนมรุ้ง และปีพุทธศักราช 2503-2539 กรมศิลปากร
ได้ดำเนินการสำรวจปราสาทเมืองต่ำจนแล้วเสร็จและเปิดเป็นอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ในวันที่ 10 พฤศจิกายน พุทธศักราช
2540
ปราสาทแถวหลังองค์ทิศเหนือ
Northern Back
row Tower
ปราสาท 5 ยอดเปรียบได้กับ ยอดเขา 5 ยอด คือ สุทัศนกูฏ จิตรกูฏ กาลกูฏ ไกรลาส (ที่สถิตของพระอิศวร) และ คันธมาทกูฏ มีมหาทวีปทั้ง 4 ล้อมรอบคือ ชมพูทวีป อมรโคยาน ปุพพวิเทห และ อุตรกุระ ปรางค์ประธานห้าองค์ตั้งบนฐานเดียวกัน แผนผังของปรางค์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ตัวปรางค์ก่อด้วยอิฐขัดเรียบโดยแต่ละองค์ เรียงเป็น 2 แถว แถวหน้า 3 องค์ แถวหลัง 2 องค์ ปรางค์ประธาน ปัจจุบันได้ถล่มลงมาแล้ว พบเพียงฐานเป็นศิลาแลง และหน้าบันซึ่งสลักจากหินทราย เป็นภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ศิลปะปาปวน สันนิษฐานว่าตัวปราสาทเป็นปราสาทหินทราย และคาดว่าเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์
ปราสาทแถวหลังองค์ทิศใต้
Southern Back
row Tower
ปราสาทเมืองต่ำ แสดงสัญลักษณ์ตามคติเขาพระสุเมรุได้อย่างชัดเจนและโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในบรรดาปราสาทหินแบบเขมร
เป็นปราสาทที่สร้างถวายพระอิศวรหรือพระศิวะ สร้างขึ้นเพื่อเป็นเทวาลัยในศาสนาฮินดู มีความโดดเด่นในเรื่องคติภูมิจักรวาลเนื่องจากมีสระน้ำ 4 สระ ล้อมรอบ เรือนปราสาท 5 ยอด จากคำภีร์ศิวะปุราณะกล่าวว่า
พระอิศวรทรงน้ำด้วยพระเสโท สร้างแผ่นดินด้วยเมโท
ใช้จุฑามณีปักลงที่ใจกลางของพื้นภพเป็นเขาพระสุเมรุให้เป็นแกนหลักของโลก
และจักรวาล นำพระสังวาลมาสร้างเป็นทิวเขาสวมรอบเขาพระสุเมรุอีก 7 ทิว เรียกว่า สัตบริภัณฑคีรีเป็นที่สถิตของเทวดา
ปราสาทแถวหลังองค์ทิศใต้
Southern side row Tower
บัวยอดปราสาท
Lotus
Bud of the
Towers
ปราสาทประกอบอีก 4 หลังเป็นปราสาทอิฐ ปัจจุบันได้รับการบูรณะในสภาพสมบูรณ์ และมีหน้าบันด้านหน้าอยู่ครบ โดยปราสาทแถวหลังองค์ทิศใต้ มีหน้าบันเป็นภาพพระวรุณเทพประทับเหนือหงษ์ ปราสาทแถวหลังองค์ทิศเหนือเป็นภาพพระกฤษณะยกภูเขาโควรรธนะ ปราสาทแถวหน้าองค์ทิศใต้เป็นภาพพระอินทร์ ปางมหาราชลีลาสนะประทับเหนือหน้ากาล ส่วนปราสาทแถวหน้าองค์ทิศเหนือเป็นภาพพระศิวะคู่พระอุมา ประทับบนโคนนทิในปาง อุมามเหศวร
ห้องสมุด
The
Library
บรรณาลัยของปราสาทเมืองต่ำมี 2 หลัง สร้างด้วยอิฐบนฐานศิลาแลง เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
อยู่ทางทิศตะวันออกของกลุ่มปราสาท 5 หลัง โดยหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ทับหลังของบรรณาลัยของทั้ง 2 หลังนี้ จำหลักเป็นรูปบุคคลนั่งชันเข่า ในมือถือดอกบัวประทับเหนือหน้ากาลที่คายท่อนพวงมาลัยไม่มีอุบะแบ่งเสี้ยวตามแบบศิลปะบาปวน
ซุ้มประตูลงบาราย
The archway to
the pond
สระน้ำทั้ง 4 เปรียบได้กับ มหาสมุทรทั้ง 4 ทิศล้อมรอบ
คือปิตสาคร ผลิกสาคร ขีรสาคร น้ำสีขาว
(ทะเลน้ำนมเกษียรสมุทรที่สถิตย์ของพระนารายณ์)และนิลสาคร อีกทั้งมีพระอาทิตย์ พระจันทร์ ดาวนพเคราะห์น้อยใหญ่ หมุนเวียนล้อมรอบ
พญานาค 5 เศียร
The
figure of five-headed Naga with the tails meeting at the top of the stairs
on
each side of the ponds
องค์ปราสาทจากด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้
View from the Southwestern
กำแพงแก้วและซุ้มประตูด้านทิศเหนือ
The North boundary wall and archway
|
ระเบียงคดและซุ้มประตูก่อด้วยอิฐ มีซุ้มประตูทั้ง 4 ด้าน ก่อด้วยหินทราย หลังคาเป็นหินทรายทำเป็นรูปประทุนเรือ มีประตู 3 ด้านพื้นของซุ้มประตูยกสูงขึ้นจากพื้นลานโดยรอบ
ประตูกลางซึ่งเป็นประตูหลัก ด้านข้างของซุ้มประตูทำเป็นช่องหน้าต่างทึบด้านละ 2 ช่อง ด้านนอกติดลูกกรงลูกมะหวด
ที่หน้าบันซุ้มประตูด้านทิศตะวันออกด้านนอกจำหลักภาพเทวะนั่งชันเข่า
อยู่เหนือเศียรเกียรติมุข เหนือขึ้นไปเป็นนาค 5 เศียรครอบ 2 ชั้น
ทั้ง 2 ข้าง
ทับหลังหินทรายจำหลักภาพเกียรติมุขคายท่อนพวงมาลัยออกมาทั้ง 2 ข้าง เสากรอบประตูกลางจำหลักภาพสิงห์ยืนเท้าสะเอวจับพุ่มกนกและโคนเสาเป็นภาพฤาษีนั่งยองๆ ประนมมือเป็นศิลปะแบบบาปวน
องค์ปราสาทจากด้านทิศตะวันออก
View from the East
องค์ปราสาทจากด้านทิศใต้
View from the South
องค์ปราสาทจากด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้
View from the Southwestern
สระน้ำที่ล้อมรอบปราสาทประธาน มีลักษณะเป็นสระน้ำหักมุมฉากอยู่ทั้ง 4 ทิศ
สันนิษฐาน
ว่าใช้กักเก็บน้ำในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
ความโดดเด่นที่สำคัญอีกอย่างคือ นาคที่ขอบสระทั้ง 4 เป็นนาคแบบเศียรโล้น
ไม่มีแผงรัศมี ซึ่งเป็นศิลปะแบบบาปวนอย่างแท้จริง นาคนั้นไม่มีหาง ซึ่งปลายสุดของนาคจะมีเศียรจรดหัวท้าย
องค์ปราสาทจากด้านทิศตะวันตก
View
from the West
กำแพงแก้วด้านทิศใต้
The South
boundary wall
กำแพงแก้วด้านทิศตะวันตก
The West
boundary wall
ด้านนอกกำแพงแก้วและซุ้มประตูด้านตะวันออก
The Outside of East boundary wall and archway
ด้านนอกกำแพงแก้วและซุ้มประตูด้านทิศเหนือ
The Outside of North boundary wall and archway
ใกล้กับปราสาทมีอ่างเก็บน้ำโคกเมือง
เป็นบารายขนาดใหญ่ หรือที่เรียกกันว่าทะเลเมืองต่ำ
เป็นสระน้ำขนาดใหญ่ที่ขุดขึ้นมาในสมัยที่สร้างปราสาท
อยู่ห่างจากตัวปราสาทเมืองต่ำไปทางทิศเหนือราว 200 เมตร สร้างขึ้นเพื่อการอุปโภค การชลประทานของชุมชน มีขนาดกว้างประมาณ 510
เมตร ยาวประมาณ 1,090 เมตร ลึกประมาณ 3
เมตร ก่อขอบสระด้วยศิลาแลง 3 ชั้น
บนขอบสระด้านยาว คือ ด้านทิศเหนือและทิศใต้มีท่าน้ำเป็นชานกว้าง ขนาดกว้างประมาณ 6.90
เมตร ยาว 17 เมตร
ปูพื้นด้วยศิลาแลงลาดลงไปยังฝั่งน้ำ ซึ่งก่อบันไดท่าน้ำเป็นทางลงสระรวม 5 ขั้น ท่าน้ำทั้ง 2 ฟากนี้อยู่ในแนวตรงกันประมาณกึ่งกลางของขอบสระ
ทับหลังปราสาทประธานสลักภาพพระอินทร์ประทับเหนือหน้ากาล
Lintel
depicting Indra on Kala
ดอกทองกวาว กำลังเบ่งบานช่วงต้นฤดูร้อน
The Flame of the forest flower is blooming in
the early summer
บารายแห่งนี้น่าจะมีทางรับน้ำด้านทิศตะวันตกจากเขาปลายนัด
(ไปรนัด) และเขาพนมรุ้ง ตรงบริเวณที่เรียกว่า สะพานขอม
และระบายน้ำออกทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งยังคงความสำคัญต่อชุมชนในทุกวันนี้
จากลักษณะทางกายภาพของพื้นที่แถบปราสาทเมืองต่ำอันเป็นที่ราบผืนดินมี
ความอุดมสมบูรณ์จากเถ้าลาวาของภูเขาไฟซึ่งเหมาะแก่การเพาะปลูก
จึงมีการสร้างคลองส่งน้ำเพื่อการเกษตรในภายหลัง
สิ่งเหล่านี้แสดงว่าชุมชนบนที่ราบเชิงเขาพนมรุ้งคงเป็นชุมชนที่มีขนาดใหญ่
ที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความสำคัญแห่งหนึ่ง ดังนั้นปราสาทเมืองต่ำและทะเลเมืองต่ำจึงมีความสำคัญทางด้านการจัดการน้ำ
บารายขนาดใหญ่
Barai
บารายขนาดใหญ่
Barai
Prasat
Mueang Tam : Prasat Mueang Tam is located on the plain at the foot of Phanom
Rung Moutain. It was built during the 10 th – 12 th
centuries A.D. There is a local legend about a local king who conscripted
soldiers and com moves to build a sanctuary on top of Phanom Rung
Mountain. Following construction of the sanctuary, a town for the court
officials was built at the foot of the mountain, which is the present site of
Mueng Tam. Prasat Muang Tam was a travelers' stop over on the laterite road
from Angkor Thom across the Dangrek Mountains to Phimai . In the time of
Jayavarman 7th there were seven such major roads reaching the furthermost
corners of the Khmer Empire [ which included Thailand].Settlements were
existing in Muang Tam since prehistoric times.
Prasat
Mueang Tam is considered by
many scholars to be an
excellent
Example of a classic
khmer sanctuary , The site
includes five small towers locate
in to cloisters. The five towers
are within the center of the complex. , Inside the
Main Tower was placed a Shiva Linga which was the ancient phallic symbol of
Shiva's creative powers. The four smaller Towers are square shaped and their
entrances face east. These are constructed on raised bases made of large
laterite blocks. The Towers are made of sand stone. The largest tower was in
the middle represents the centre of the universe and is the seat of the principal of the Deity in
accordance with Hindu religious
belief. The central tower was originally decorated with stucco motifs. but has
since been destroyed. It in the usual Khmer way, As can be seen in the images
here the four remaining towers were also made of sand stone and originally were
decorated with limestone plaster and stucco art objects. Between the inner
and outside cloisters are
four L-shaped pools. These characteristics follow the connection of
mount Meru, The centre of the
universe and anode of
the gods. The pools serve
symbolically as the
sea surrounding Mount
Meru. This unique two – cloister plan
is found only
at this site ; while
the carving with this
sanctuary demonstrate the
localized style of
craftsmanship.
…………………….
Reference
ศิลปากร,กรม. สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 9. ปราสาทเมืองต่ำ. กรุงเทพฯ:
กรมศิลปากร, 2540.
Tirachaya
Maneenetr . Khmer temples of Nortest Thailand : A
proposed plan
for
Tourism Development. A Thesis submitted
in partial fulfillment of
the
requirements for
the Degree Doctor of
Philosophy, Architectural
Heritage Management and Tourism .Silpakorn University , 2007
Thirachaya
Maneenetr . KHMER TEMPLES OF NORTHEAST THAILAND:
A
PROPOSED PLAN FOR TOURISM DEVELOPMENT .Tourism
Department
Faculty of Management
Science,Khon
Kaen University. N. d.
วาทิน ศานติ์ สันติ : http://www.gotoknow.org/posts/449531
http://www.thai-tour.com/thai-tour/northeast/buriram/data/place/pic_prasat-muangtam.htm
http://
phanomrungburi.co.th/th/node/23#. UO qwRKiSyOQ
http://www.thailandsworld.com/en/historical-parks/muang-tam/index.cfm
Photos by Vanida Boonphitak
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น