วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557

Prasat Mueang Tam : ปราสาทเมืองตํ่า

Prasat Mueang Tam : ปราสาทเมืองตํ่า


          ปราสาทหินเมืองต่ำ ตั้งอยู่ที่ตำบลจระเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ห่างจากประสาทหินพนมรุ้งไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 8 กิโลเมตร คำว่า เมืองต่ำ  เป็นชื่อที่ชาวพื้นเมืองเรียกโบราณสถานแห่งนี้ เพราะตั้งอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปราสาทพนมรุ้ง ตำแหน่งที่ตั้งของปราสาทเมืองต่ำ  อยู่บนเส้นทางอารยธรรมขอม  จากเมืองพระนครในประเทศกัมพูชา  ขึ้นสู่ทางเหนือผ่านเทือกเขาพนมดงรัก ผ่านกลุ่มปราสาทตาเมือน จังหวัดสุรินทร์ ผ่านปราสาทเมืองต่ำ สู่ปราสาทหินพนมรุ้ง ไปยังปราสาทหินพิมาย  จังหวัดนครราชสีมา 


       ประวัติความเป็นมาของปราสาทหินเมืองต่ำยังไม่ทราบชัดเพราะไม่พบหลักฐานที่แน่นอนว่าสร้างขึ้นเมื่อใด หรือใครเป็นผู้สร้าง มีลักษณะของศิลปะขอมแบบบาปวนและแบบแกลง ซึ่งมีอายุอยู่ในราว พุทธศตวรรษที่ 16  ปราสาทเมืองต่ำลดความสำคัญลงไปในราวพุทธศตวรรษที่ 18 และถูกทิ้งร้างในที่สุด จนเมื่อราวปี พุทธศักราช 2490 จึงเริ่มมีการอพยพเข้ามาของชาวบ้าน มาตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้อีกครั้งหนึ่ง 

กำแพงแก้วและซุ้มประตูด้านตะวันออก
 
The East boundary wall and archway

ฐานปราสาทประธาน  
The  base  of  main  Prang
               ปราสาทแห่งนี้รู้จักกันครั้งแรกตามที่มีเอกสารที่มีการกล่าวถึงปราสาทเมืองต่ำเป็นครั้งแรกคือ บันทึก ของนายเอเตียน เอมอนิเยร์ ชาวฝรั่งเศส ตีพิมพ์เป็นบทความใน พุทธศักราช 2444  ครั้นปี พุทธศักราช 2472 สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จมาที่ปราสาทเมืองต่ำ คราวเสด็จมณฑลอีสาน
    กรมศิลปากร ได้ประกาศขึ้นทะเบียนปราสาทเมืองต่ำเป็นโบราณสถานของชาติ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 ตอนที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม พุทธศักราช 2478  พร้อมกับปราสาทพนมรุ้ง  และปีพุทธศักราช 2503-2539 กรมศิลปากร ได้ดำเนินการสำรวจปราสาทเมืองต่ำจนแล้วเสร็จและเปิดเป็นอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ในวันที่ 10 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2540     

ปราสาทแถวหลังองค์ทิศเหนือ  
Northern Back  row  Tower
          ปราสาท ยอดเปรียบได้กับ ยอดเขา ยอด คือ สุทัศนกูฏ จิตรกูฏ กาลกูฏ ไกรลาส (ที่สถิตของพระอิศวร) และ คันธมาทกูฏ มีมหาทวีปทั้ง ล้อมรอบคือ ชมพูทวีป อมรโคยาน ปุพพวิเทห และ อุตรกุระ  ปรางค์ประธานห้าองค์ตั้งบนฐานเดียวกัน แผนผังของปรางค์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ตัวปรางค์ก่อด้วยอิฐขัดเรียบโดยแต่ละองค์ เรียงเป็น แถว แถวหน้า องค์ แถวหลัง องค์    ปรางค์ประธาน ปัจจุบันได้ถล่มลงมาแล้ว พบเพียงฐานเป็นศิลาแลง และหน้าบันซึ่งสลักจากหินทราย เป็นภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ศิลปะปาปวน สันนิษฐานว่าตัวปราสาทเป็นปราสาทหินทราย และคาดว่าเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์

ปราสาทแถวหลังองค์ทิศใต้  
Southern Back  row  Tower
          ปราสาทเมืองต่ำ   แสดงสัญลักษณ์ตามคติเขาพระสุเมรุได้อย่างชัดเจนและโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในบรรดาปราสาทหินแบบเขมร เป็นปราสาทที่สร้างถวายพระอิศวรหรือพระศิวะ สร้างขึ้นเพื่อเป็นเทวาลัยในศาสนาฮินดู    มีความโดดเด่นในเรื่องคติภูมิจักรวาลเนื่องจากมีสระน้ำ 4 สระ ล้อมรอบ เรือนปราสาท  5 ยอด  จากคำภีร์ศิวะปุราณะกล่าวว่า พระอิศวรทรงน้ำด้วยพระเสโท สร้างแผ่นดินด้วยเมโท ใช้จุฑามณีปักลงที่ใจกลางของพื้นภพเป็นเขาพระสุเมรุให้เป็นแกนหลักของโลก และจักรวาล นำพระสังวาลมาสร้างเป็นทิวเขาสวมรอบเขาพระสุเมรุอีก 7 ทิว เรียกว่า สัตบริภัณฑคีรีเป็นที่สถิตของเทวดา

ปราสาทแถวหลังองค์ทิศใต้  
Southern side  row  Tower

บัวยอดปราสาท  
Lotus  Bud  of  the  Towers
           ปราสาทประกอบอีก หลังเป็นปราสาทอิฐ ปัจจุบันได้รับการบูรณะในสภาพสมบูรณ์ และมีหน้าบันด้านหน้าอยู่ครบ โดยปราสาทแถวหลังองค์ทิศใต้ มีหน้าบันเป็นภาพพระวรุณเทพประทับเหนือหงษ์ ปราสาทแถวหลังองค์ทิศเหนือเป็นภาพพระกฤษณะยกภูเขาโควรรธนะ ปราสาทแถวหน้าองค์ทิศใต้เป็นภาพพระอินทร์ ปางมหาราชลีลาสนะประทับเหนือหน้ากาล ส่วนปราสาทแถวหน้าองค์ทิศเหนือเป็นภาพพระศิวะคู่พระอุมา ประทับบนโคนนทิในปาง อุมามเหศวร

ห้องสมุด  
The Library
          บรรณาลัยของปราสาทเมืองต่ำมี หลัง สร้างด้วยอิฐบนฐานศิลาแลง เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
อยู่ทางทิศตะวันออกของกลุ่มปราสาท หลัง  โดยหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ทับหลังของบรรณาลัยของทั้ง หลังนี้ จำหลักเป็นรูปบุคคลนั่งชันเข่า ในมือถือดอกบัวประทับเหนือหน้ากาลที่คายท่อนพวงมาลัยไม่มีอุบะแบ่งเสี้ยวตามแบบศิลปะบาปวน

               

ซุ้มประตูลงบาราย  
The archway to  the  pond

        สระน้ำทั้ง 4 เปรียบได้กับ มหาสมุทรทั้ง 4 ทิศล้อมรอบ คือปิตสาคร ผลิกสาคร ขีรสาคร น้ำสีขาว (ทะเลน้ำนมเกษียรสมุทรที่สถิตย์ของพระนารายณ์)และนิลสาคร    อีกทั้งมีพระอาทิตย์ พระจันทร์ ดาวนพเคราะห์น้อยใหญ่ หมุนเวียนล้อมรอบ


พญานาค 5 เศียร 
The figure of five-headed Naga with the tails meeting at the top of the stairs 
on each side of the ponds


องค์ปราสาทจากด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้  
View from the Southwestern 


กำแพงแก้วและซุ้มประตูด้านทิศเหนือ 
The North boundary wall and archway
         ระเบียงคดและซุ้มประตูก่อด้วยอิฐ มีซุ้มประตูทั้ง 4 ด้าน ก่อด้วยหินทราย หลังคาเป็นหินทรายทำเป็นรูปประทุนเรือ มีประตู 3 ด้านพื้นของซุ้มประตูยกสูงขึ้นจากพื้นลานโดยรอบ ประตูกลางซึ่งเป็นประตูหลัก ด้านข้างของซุ้มประตูทำเป็นช่องหน้าต่างทึบด้านละ 2 ช่อง ด้านนอกติดลูกกรงลูกมะหวด
           
      ที่หน้าบันซุ้มประตูด้านทิศตะวันออกด้านนอกจำหลักภาพเทวะนั่งชันเข่า อยู่เหนือเศียรเกียรติมุข เหนือขึ้นไปเป็นนาค 5 เศียรครอบ 2 ชั้น ทั้ง 2 ข้าง ทับหลังหินทรายจำหลักภาพเกียรติมุขคายท่อนพวงมาลัยออกมาทั้ง 2 ข้าง  เสากรอบประตูกลางจำหลักภาพสิงห์ยืนเท้าสะเอวจับพุ่มกนกและโคนเสาเป็นภาพฤาษีนั่งยองๆ ประนมมือเป็นศิลปะแบบบาปวน 


องค์ปราสาทจากด้านทิศตะวันออก   
View from the  East


องค์ปราสาทจากด้านทิศใต้  
View from the  South


องค์ปราสาทจากด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้  
View from the Southwestern 
           สระน้ำที่ล้อมรอบปราสาทประธาน  มีลักษณะเป็นสระน้ำหักมุมฉากอยู่ทั้ง 4 ทิศ สันนิษฐาน
ว่าใช้กักเก็บน้ำในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ความโดดเด่นที่สำคัญอีกอย่างคือ นาคที่ขอบสระทั้ง 4 เป็นนาคแบบเศียรโล้น ไม่มีแผงรัศมี ซึ่งเป็นศิลปะแบบบาปวนอย่างแท้จริง นาคนั้นไม่มีหาง ซึ่งปลายสุดของนาคจะมีเศียรจรดหัวท้าย 


องค์ปราสาทจากด้านทิศตะวันตก 
View from the  West



กำแพงแก้วด้านทิศใต้  
The South boundary wall


กำแพงแก้วด้านทิศตะวันตก  
The West boundary wall


ด้านนอกกำแพงแก้วและซุ้มประตูด้านตะวันออก 
The Outside of East boundary wall and archway


ด้านนอกกำแพงแก้วและซุ้มประตูด้านทิศเหนือ 
The Outside of North boundary wall and archway

          ใกล้กับปราสาทมีอ่างเก็บน้ำโคกเมือง เป็นบารายขนาดใหญ่ หรือที่เรียกกันว่าทะเลเมืองต่ำ เป็นสระน้ำขนาดใหญ่ที่ขุดขึ้นมาในสมัยที่สร้างปราสาท อยู่ห่างจากตัวปราสาทเมืองต่ำไปทางทิศเหนือราว 200 เมตร สร้างขึ้นเพื่อการอุปโภค การชลประทานของชุมชน มีขนาดกว้างประมาณ 510 เมตร ยาวประมาณ 1,090 เมตร ลึกประมาณ 3 เมตร ก่อขอบสระด้วยศิลาแลง 3 ชั้น บนขอบสระด้านยาว คือ ด้านทิศเหนือและทิศใต้มีท่าน้ำเป็นชานกว้าง ขนาดกว้างประมาณ 6.90 เมตร ยาว 17 เมตร ปูพื้นด้วยศิลาแลงลาดลงไปยังฝั่งน้ำ ซึ่งก่อบันไดท่าน้ำเป็นทางลงสระรวม 5 ขั้น ท่าน้ำทั้ง 2 ฟากนี้อยู่ในแนวตรงกันประมาณกึ่งกลางของขอบสระ



ทับหลังปราสาทประธานสลักภาพพระอินทร์ประทับเหนือหน้ากาล 
Lintel depicting  Indra on Kala 


ดอกทองกวาว กำลังเบ่งบานช่วงต้นฤดูร้อน  
The Flame of the forest  flower is blooming in the  early summer

           บารายแห่งนี้น่าจะมีทางรับน้ำด้านทิศตะวันตกจากเขาปลายนัด (ไปรนัด) และเขาพนมรุ้ง ตรงบริเวณที่เรียกว่า สะพานขอม และระบายน้ำออกทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งยังคงความสำคัญต่อชุมชนในทุกวันนี้
           
          จากลักษณะทางกายภาพของพื้นที่แถบปราสาทเมืองต่ำอันเป็นที่ราบผืนดินมี ความอุดมสมบูรณ์จากเถ้าลาวาของภูเขาไฟซึ่งเหมาะแก่การเพาะปลูก จึงมีการสร้างคลองส่งน้ำเพื่อการเกษตรในภายหลัง สิ่งเหล่านี้แสดงว่าชุมชนบนที่ราบเชิงเขาพนมรุ้งคงเป็นชุมชนที่มีขนาดใหญ่ ที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความสำคัญแห่งหนึ่ง    ดังนั้นปราสาทเมืองต่ำและทะเลเมืองต่ำจึงมีความสำคัญทางด้านการจัดการน้ำ


บารายขนาดใหญ่  
Barai


บารายขนาดใหญ่  
Barai

Prasat Mueang Tam : Prasat Mueang Tam is located on the plain at the foot of Phanom Rung Moutain. It was built during the 10 th – 12 th centuries A.D. There is a local legend about a local king who conscripted soldiers and com moves to build a sanctuary on top of  Phanom  Rung Mountain. Following construction of the sanctuary, a town for the court officials was built at the foot of the mountain, which is the present site of Mueng Tam. Prasat Muang Tam was a travelers' stop over on the laterite road from Angkor Thom across the Dangrek Mountains to Phimai . In the time of Jayavarman 7th there were seven such major roads reaching the furthermost corners of the Khmer Empire           [ which included Thailand].Settlements were existing in Muang Tam since prehistoric times.

Prasat Mueang Tam  is  considered by  many scholars  to  be an  excellent
Example  of a classic  khmer  sanctuary , The  site  includes five small  towers  locate  in  to cloisters. The five towers are within the center of the complex. , Inside the Main Tower was placed a Shiva Linga which was the ancient phallic symbol of Shiva's creative powers. The four smaller Towers are square shaped and their entrances face east. These are constructed on raised bases made of large laterite blocks. The Towers are made of sand stone. The largest tower was in the middle  represents  the centre of the universe and  is the seat of the principal of the Deity in accordance  with  Hindu  religious belief. The central tower was originally decorated with stucco motifs. but has since been destroyed. It in the usual Khmer way, As can be seen in the images here the four remaining towers were also made of sand stone and originally were decorated with limestone plaster and stucco art objects. Between the  inner  and  outside cloisters  are  four L-shaped pools. These characteristics  follow the connection  of  mount  Meru, The centre of  the  universe and  anode  of  the  gods. The pools  serve  symbolically  as  the  sea  surrounding  Mount  Meru. This  unique  two – cloister  plan  is  found  only  at  this  site ; while  the  carving with  this  sanctuary  demonstrate  the  localized  style  of  craftsmanship.

…………………….
Reference
ศิลปากร,กรม. สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 9. ปราสาทเมืองต่ำ. กรุงเทพฯ: 
          กรมศิลปากร, 2540.

Tirachaya Maneenetr . Khmer temples  of Nortest  Thailand : A  proposed  plan 
          for  Tourism Development. A Thesis submitted  in  partial fulfillment  of  the
          requirements  for  the  Degree Doctor  of  Philosophy,  Architectural  
          Heritage  Management   and  Tourism .Silpakorn University , 2007

Thirachaya Maneenetr . KHMER TEMPLES OF NORTHEAST THAILAND:
         A PROPOSED   PLAN FOR TOURISM DEVELOPMENT .Tourism Department 
         Faculty of Management Science,Khon Kaen University. N. d.

วาทิน ศานติ์ สันติ : http://www.gotoknow.org/posts/449531

http://www.thai-tour.com/thai-tour/northeast/buriram/data/place/pic_prasat-muangtam.htm


http:// phanomrungburi.co.th/th/node/23#. UO qwRKiSyOQ

http://www.thailandsworld.com/en/historical-parks/muang-tam/index.cfm

Photos by Vanida  Boonphitak



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น