นักปฏิบัติลังเลใจ
ปัจจุบันนี้
ศาสนิกชนผู้สนใจในการปฏิบัติฝ่ายวิปัสสนามีความงวยงงสงสัยอย่างยิ่งในแนวทางปฏิบัติ
โดยเฉพาะผู้เริ่มต้นสนใจ เนื่องจากคณาจารย์ฝ่ายวิปัสสนาแนะแนวปฏิบัติไม่ตรงกัน
ยิ่งกว่านั้น แทนที่จะอธิบายให้เขาเข้าใจโดยความเป็นธรรม
ก็กลับทำเหมือนไม่อยากจะยอมรับคณาจารย์อื่น สำนักอื่น ว่าเป็นการถูกต้อง
หรือถึงขั้นดูหมิ่นสำนักอื่นไปแล้วก็เคยมีไม่น้อย ฯ
ดังนั้น เมื่อมีผู้สงสัยทำนองนี้มาก และเรียนถามหลวงปู่อยู่บ่อย ๆ
จึงได้ยินหลวงปู่อธิบายให้ฟังอยู่เสมอว่า
“การเริ่มต้นปฏิบัติวิปัสสนาภาวนานั้น จะเริ่มต้นโดยวิธีไหนก็ได้
เพราะผลมันเป็นอันเดียวกันอยู่แล้ว ที่ท่านสอนแนวปฏิบัติไว้หลายแนวนั้น
เพราะจริตของคนไม่เหมือนกัน จึงต้องมีวัตถุ สี แสง และคำสำหรับบริกรรม เช่น พุทโธ,
สัมมาอรหัง เป็นต้น เพื่อหาจุดใดจุดหนึ่งให้จิตรวมอยู่ก่อน เมื่อจิตรวมสงบแล้ว
คำบริกรรมนั้นก็หลุดหายไปเอง แล้วก็ถึงรอยเดียวกัน รสเดียวกัน คือมี วิมุติ
เป็นแก่น มีปัญญาเป็นยิ่ง”
คัดลอกจาก
: “หลวงปู่ฝากไว้” บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา
ของพระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์
อตุโล)
รวบรวมและบันทึกไว้โดย พระราชวรคุณ
วัดบูรพาราม อ.เมือง
จ. สุรินทร์
ข้อมูลภาพ : รูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งและรูปหล่อหลวงปู่ดุลย์ อตุโล .
พิพิธภัณฑ์กัมมัฏฐาน อัฐิฐาตุ วัดบูรพาราม อ.เมือง จ. สุรินทร์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น